เซลโซ่ บอร์เกส ไม่หวั่น แม้ทีมชาติคอสตาริกาอยู่สายแข็งในฟุตบอลโลก 2018

เซลโซ่ บอร์เกส

เซลโซ่ บอร์เกส กองกลางตัวแกร่งทีมชาติคอสตาริกา สังกัดสโมสรเดปอร์ ติโบ ลาคอรุนญ่าแห่งลาลีกาสเปน กล่าวว่าทีมชาติคอสตาริกาของเขานั้นก้าวเข้ามาถึงขนาดนี้ไม่มีทางกลัวหรือหวั่นเกรงทีมใดแน่นอนในฟุตบอลโลก 2018 ถึงแม้ว่าทีมชาติคอสตาริกาจะต้องอยู่ร่วมสายหินกับทีมสุดโหดอย่างทีมชาติบราซิล, สวิตเซอร์แลนด์ และเซอร์เบีย ซึ่งจากโพลล์ทุกสำนักยกให้ทีมชาติคอสตาริกานั้นเป็นทีมที่น่าจะตกรอบแรกไปอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่จะผ่านรอบต่อไปได้

บอร์เกสกล่าวว่า จากที่ผ่านมาทีมชาติคอสตาริกาของเขาโชว์ศักยภาพที่แข็งแกร่งให้ได้เห็นแล้วทั้งในฟุตบอลโคปา อเมริกา หรือในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ทำให้เขามั่นใจว่าทีมชาติคอสตาริกาสามารถที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้คนทั้งโลกได้เห็นได้อย่างแน่นอน

สำหรับเซลโซ่ บอร์เกส ถือเป็นกองกลางคนสำคัญของทีมชาติคอสตาริกา เนื่องจากเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์มากมายในเวทียุโรป และเล่นอยู่ในลีกชั้นนำระดับโลกอย่างลาลีกา สเปน เคยปะทะกับแข้งระดับโลกมากมาย ในช่วงที่ทีมชาติคอสตาริกาเล่นในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่ผ่านมาก็สามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม จนสามารถพาทีมชาติคอสตาริกาผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียได้สำเร็จ

ทั้งนี้บอร์เกส เริ่มเป็นนักเตะอาชีพกับสโมสรซาปริสซ่า ในคอสตาริกา หลังจากนั้นก็พเนจรไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันดาวเตะวัย 29 ปี ก็เล่นให้กับเดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า ซึ่งการที่ทีมชาติคอสตาริกามีนักเตะที่มีประสบการณ์เล่นในลีกใหญ่ๆ ระดับโลก ย่อมเป็นผลดีอย่างยิ่ง เพราะทำให้ทีมมีศักยภาพมากขึ้น และทำให้รูปแบบการเล่นน่ากลัวยิ่งขึ้น ถ้ามีนักเตะที่มีความแข็งแกร่งเช่นนี้อยู่ในทีม

สำหรับการเล่นให้ทีมชาติคอสตาริกาของบอร์เกสนั้น ลงเล่นให้ทีมชาติคอสตาริกาไปแล้วทุกถ้วยทุกรายการไปแล้ว 108 นัด ยิงไปแล้ว 20 ประตู ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่เลวเลย และด้วยจำนวนการลงสนามให้ทีมชาติคอสตาริกาอย่างมากมาย ทำให้บอร์เกส เข้าใจระบบและทีมเวิร์คของทีมเป็นอย่างดี การที่มีนักเตะแบบนี้อยู่ในทีมจึงเป็นประโยชน์เป็นอย่างมาก ยิ่งการที่ทีมชาติคอสตาริกาต้องอยู่สายเดียวกับทีมชาติบราซิล, เซอร์เบีย และสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากในฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยแล้ว ประสบการณ์ของบอร์เกสจึงจำเป็นอย่างยิ่งกับทีมชาติคอสตาริกา

หนทางของทีมชาติคอสตาริกาในฟุตบอลโลก2018 จะเป็นอย่างไร ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าทีมชาติคอสตาริกาจะสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ผ่านเข้ารอบลึกๆ ได้เหมือนกับฟุตบอลโลกปี 2014 ได้หรือไม่ ต้องติดตามดูกันต่อไป